วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การชุมนุมรอบกองไฟ

การชุมนุมรอบกองไฟ

ความมุ่งหมายของการชุมนุมรอบกองไฟ
1.เป็นการฝึกอบรมตอนกลางคืนดังที่ ลอร์ด เบเดน – เพาเวลล์ (บี.พี.) ใช้ในการฝึกอบรมเด็กที่ไปอยู่ค่ายพักแรม ณ เกาะบราวน์ซี
2.ให้ลูกเสือได้ร้องเพลงร่วมกัน  หรือแสดงกิริยาอาการอย่างเดียวกัน  เป็นการปลุกใจ  หรือเปลี่ยนแปลงอารมณ์ให้เกิดความสนุกสนานเบิกบานใจ  ผ่อนคลายความเคร่งเครียดให้บรรเทาเบาบางลง
3.ให้ลูกเสือแต่ละคนมีโอกาสแสดงออกในที่ชุมชน  โดยไม่เก้อเขิน กระดากอาย  เป็นการส่งเสริมสามัคคีของหมู่ ให้ทุกคนรู้จักการทำงานร่วมกัน
4.ใช้เป็นโอกาสสำหรับประกอบพิธีสำคัญบางกรณี  เช่น  แนะนำบุคคลสำคัญในกิจการลูกเสือ การแนะนำผู้มีเกียรติ การมอบเครื่องหมาย วูดแบดจ์ ฯลฯ
5.เชิญบุคคลสำคัญในท้องถิ่น   ตลอดจนบุคคลทั่วไป เป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกิจการลูกเสือได้อีก  ทางหนึ่ง

สถานที่ใช้ในชุมนุมรอบกองไฟ
ค่ายลูกเสือควรมีบริเวณสำหรับการชุมนุมรอบกองไฟ   โดยเฉพาะมุมหนึ่งของค่าย   มีต้นไม้เป็นฉากหลัง ควรอยู่ห่างจากที่พักพอสมควร  แต่ไม่ไกลเกินไป  เพื่อมิต้องเสียเวลาและเกิดความยุ่งยาก  เมื่อลูกเสือเดินทางกลับที่พักหลังจากการชุมนุมเลิกแล้วการชุมนุมรอบกองไฟนี้   ถ้าไม่สะดวก เช่น   ฝนตก หรือมีเหตุอื่นควรจัด ภายในอาคารและใช้กองไฟที่ให้แสงสว่างอย่างอื่นแทน

การเตรียมก่อนเริ่มชุมนุมรอบกองไฟ
          1.  คณะผู้ให้การฝึกอบรมจะต้องปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดว่า  ในการชุมนุมรอบกองไฟนั้นจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง  จะให้ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกองไฟ   ผู้ใดเป็นพิธีกรและจะเชิญผู้ใดเป็นประธาน ถ้าเป็นการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือตามธรรมดา  โดยปกติผู้กำกับลูกเสือที่พาลูกเสือไปอยู่ค่ายพักแรมนั่นเองจะทำหน้าที่ประธาน และให้รองผู้กำกับลูกเสือหรือลูกเสือคนใดคนหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่พิธีกร
          2.  พิธีกร คือ  ผู้นำในการชุมนุมรอบกองไฟ มีหน้าที่ในการนำประธานมาสู่ที่ชุมนุม ประกาศลำดับกำหนดการต่างๆ เป็นผู้นำหรือมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้นำในการร้องเพลง และในการให้ลูกเสือแสดงกิริยาอาการต่างๆ  เพื่อเป็นการเปลี่ยนอารมณ์ให้เกิดความสนุกสนานเบิกบานใจ ในการนี้พิธีกรควรทำรายละเอียดสำหรับตนเองไว้ว่า จะให้ผู้ใดทำอะไร เช่น จะให้ร้องเพลงอะไร หรือจะรำวงโดยร้องเพลงอะไร ดังนี้เป็นต้น ในการเลือกเพลงที่จะนำมาใช้นั้น ควรเลือกเพลงที่ทุกคนร้องได้ เมื่อเริ่มเปิดการชุมนุมใช้เพลงปลุกใจหรือเพลงที่มีจังหวะหรือเนื้อเพลงยั่วยุให้ดี เช่น เพลง "ไทยรวมกำลังตั้งมั่น” เพลง “แหลมทอง” เพลง “รักเมืองไทย”  ตอนท้ายของการชุมนุม หลังจากจบทุกรายการแล้ว ก่อนที่จะเชิญประธานในพิธีกล่าวปิด ให้เป็นเพลงจังหวะช้า เป็นคติ เพลงลา ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ร้องได้ เช่น สร้อยเพลง   ลาวดวงเดือน ฯลฯ โดยไม่ใช้เครื่องขยายเสียงและเครื่องดนตรีใดๆ เป็นการสร้างบรรยากาศให้ซาบซึ้งตรึงใจ โน้มน้าวให้มีอารมณ์ที่จะได้ฟังการกล่าวปิดของประธานในพิธี
         3. เมื่อได้กำหนดให้มีการชุมนุมรอบกองไฟ   เวลาใด  ต้องนัดหมายให้ทุกคนไปถึงที่ชุมนุมและนั่งตามที่ให้เรียบร้อยก่อนเวลาประมาณ  10 นาที หมู่บริการจุดไฟก่อนที่จะเชิญประธานเข้ามาในพิธี พิธีกรแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าประธานและผู้ติดตามเป็นใคร แล้วออกไปเชิญประธานเข้ามายังบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟ  พิธีกร ต้องนัดหมายเวลาที่ประธานจะเดินทางไปถึงบริเวณรอบนอกสถานที่ชุมนุมเวลาใด ทบทวนซักซ้อมการปฏิบัติมีขั้นตอนอย่างใด ผู้ติดตามประธานจะปฏิบัติอย่างไร ยืนอยู่ตรงไหน เมื่อประธานกล่าวเปิดแล้วจะร้องเพลงกี่เพลง เพลงอะไรบ้าง
          4.  ในการชุมนุมรอบกองไฟ ถือว่าเป็นบทเรียนบทหนึ่ง   ฉะนั้น ในขณะมีการชุมนุมรอบกองไฟจึงมีข้อกำหนดว่าทุกคนที่ร่วมอยู่ในการชุมนุมรอบกองไฟ  “ห้ามสูบบุหรี่”  หากงดไม่ได้จริงๆ ให้หลบออกไปสูบนอกที่ชุมชนได้ชั่วคราวพิธีกรหรือผู้บรรยาย  จะต้องชี้แจงนัดหมายการปฏิบัติขั้นตอนมอบงานให้รับผิดชอบว่า
               -  การแสดงให้แสดงเป็นหมู่  ให้ทุกคนในหมู่มีโอกาสแสดงโดยทั่วกัน ใช้เวลาหมู่ละประมาณ 8 – 10  นาที โดยปกติ  ให้ส่งเรื่องต่อพิธีกรก่อนเวลานัดหมายแสดงไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง  เพื่อพิธีกรจะได้มีเวลาจัดกำหนดการให้เหมาะสม
               -  เรื่องที่ควรแสดงคือเรื่องสนุกขบขัน ขนบธรรมเนียมประเพณี ประวัติศาสตร์ และเรื่องที่เป็นคติเตือนใจต่างๆ ส่วนเรื่องที่ไม่ควรแสดงคือ เรื่องไร้สาระ เช่น ผีสาง เรื่องลามก อนาจาร เรื่องเสียดสีสังคมหรือบุคคล เรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือเรื่องล้อเลียนศาสนา เป็นต้น
               -  เพลงประจำหมู่ ให้แต่ละหมู่แต่งเพลงประจำหมู่ให้มีชื่อหมู่เนื้อร้องเป็นการสร้างสรรค์ เช่น เป็นคติปลุกใจ  ความรัก ความสามัคคี ระเบียบ วินัย เพื่อที่จะร้องก่อนการแสดงของหมู่
               -  การจัดสถานที่ชุมนุม  การทำสลาก ทำพวงมาลัย ก่อกองไฟ และดูแลตามปกติเป็นหน้าที่ของหมู่บริการประจำวัน และหมู่บริการที่พ้นหน้าที่ในวันนั้นแบ่งหน้าที่กันทำ

การจัดกองไฟ
            กองไฟจะเป็นกองไฟที่ก่อด้วยไม้จริงหรือจะใช้ไฟให้แสงสว่างอย่างอื่นแทนก็ได้ การจัดที่นั่งรอบกองไฟให้จัดเป็นรูปวงกลมหรือรูเกือกม้า  ให้กองไฟอยู่ ตรงกลาง  มีที่นั่งสำหรับประธานและผู้ติดตาม  ตั้งอยู่ในทิศเหนือลม  ที่นั่งประธานเป็นที่นั่งเดี่ยว  ให้ตั้งล้ำหน้ากว่าแถวของผู้นั่งตามหมู่    ณ สถานที่ได้กำหนดไว้ให้

พิธีเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ
            เมื่อประธานเข้ามาในบริเวณการชุมนุมรอบกองไฟ   พิธีกรสั่งให้ทุกคนตรงด้วยคำว่า  “กอง-ตรง”  แล้ว ประธานจะหยุดรับการเคารพแล้วเดินไปยืนหน้ากองไฟ   ยกมือขวาแสดงรหัสของลูกเสือชูขึ้นไปข้างหน้าประมาณ 45  องศา  กล่าวข้อความที่เป็นมงคลและกล่าวในตอนสุดท้ายว่า  “ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดนี้”  และคงยืนอยู่ ณ ที่เดิมจนจบเพลงที่ได้รับทราบจากการนัดหมายของพิธีกร  แล้วจึงกลับไปยังที่นั่ง         ในตอนนี้ผู้ติดตามประธานและผู้ร่วมงาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่บางคนอาจเดินตามประธานเข้ามา ทุกคนเข้าไปยืนยังที่ของตนขณะที่ประธานหยุดรับการเคารพ มีประธานแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่เดินตรงเข้าไปใกล้กองไฟ เมื่อประธานกลับมานั่งยังที่นั่งซึ่งจัดไว้ ทุกคนนั่งลง
            เมื่อประธานกล่าวในตอนสุดท้ายว่า  “ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดนี้”   พิธีกรให้สัญญาณให้ทุกคนร้องเป็นเสียงไฟลุกว่า   “ฟู่ๆ”   3  ครั้ง (ถ้าไฟเทียมไม่ต้อง)
            พิธีกรนำร้องเพลงปลุกใจ 1  หรือ  2  เพลง  เช่นเพลงสยามมานุสติ เพลงสดุดีมหาราชา เป็นต้น
            เมื่อเพลงจบประธานกลับไปนั่งแล้ว ให้ทุกคนนั่งลง
            หมู่บริการจะนำพวงมาลัยและพุ่มสลากชื่อของหมู่สำหรับประธานจับลำดับการแสดงไปให้ประธาน โดยให้มีขบวนแห่ นำโดยหมู่บริการที่จัดทำพวงมาลัยและพุ่มสลาก ทั้งหมู่เป็นต้นขบวน ถ้าจำนวนผู้เข้าร่วมมีจำนวนน้อยให้หมู่อื่นๆเข้าร่วมด้วย แต่ถ้ามีจำนวนมากก็ไม่จำเป็น จะทำให้เกิดการสับสน ต้นขบวนให้ยืนอยู่ด้านหน้าข้างขวาของผู้เป็นประธาน คนที่ถือพวงมาลัยยืนทางขวา คนถือพุ่มสลากยืนทางซ้าย ขบวนเริ่มออกเดินเมื่อพิธีกรเริ่มร้องเพลง การเดินให้เวียนขวาครบ  3 รอบ   ผู้ถือพวงมาลัยและพุ่มสลากยืนตรงหน้าประธาน  ทุกคนในขบวนกลับเข้านั่งที่เรียบร้อย   ผู้ถือพวงมาลัยมอบให้ประธานเป็นคนแรก คนถือพุ่มสลากมอบทีหลัง เสร็จแล้วกลับที่นั่ง
ลำดับการชุมนุมรอบกองไฟ
            พิธีกรเป็นผู้ประกาศกำหนดการชุมนุมรอบกองไฟตามลำดับ ในขั้นแรกก่อนมีการแสดงของหมู่ พิธีกรอาจนำหรือให้ผู้อื่นนำร้องเพลงอีก 1 หรือ  2  เพลง เช่น เพลงประจำจังหวัด เพลงสถาบัน เพลงรักเมืองไทย หรือเพลงความฝันอันสูงสุด เป็นต้น แล้วจึงไปขอให้ประธานจับสลากว่าจะให้หมู่ใดแสดงก่อน
            หมู่ใดจะแสดงให้นายหมู่ยืนขึ้น (อยู่กับที่ไม่ต้องออกมายืนตรงหน้าประธาน) โดยสั่งว่า “หมู่..(กลุ่ม)..ตรง” นายหมู่ทำวันทยหัตถ์ (ถ้ามีไม้พลองหรือไม้ง่ามทำวันทยาวุธ) แต่เพียงผู้เดียว  จากนั้นร้องเพลงประจำหมู่  เมื่อร้องเพลงประจำหมู่จบจึงเริ่มแสดง   เมื่อแสดงจบให้กลับไปยืนที่เดิมและสั่งอีกว่า “หมู่…(กลุ่ม)..ตรง”   นายหมู่ทำความเคารพเช่นเดิม
            เมื่อการแสดงของหมู่จบลง  พิธีกรจะขอให้ใครคนหนึ่งกล่าวนำชมเชยแบบลูกเสือ (YELL) ประกอบท่าทางให้แก่หมู่ที่แสดง   เพื่อเป็นการแสดงความพอใจและขอบคุณผู้แสดง   ด้วยถ้อยคำหรือท่าทางที่สร้างสรรค์ 3  ครั้ง หลังจากนั้นหมู่แสดงต้องกล่าวตอบสั้นๆ  1 ครั้ง ครั้นแล้วพิธีกรก็ดำเนินการต่อไปตามกำหนดการและจัดให้มีการแสดงของหมู่ต่างๆ ตามลำดับ
            เมื่อการแสดงของหมู่หนึ่งจบแล้ว ก่อนจะให้เริ่มการแสดงของหมู่ต่อไป พิธีกรอาจนำร้องเพลง หรือการเปลี่ยนอิริยาบถมาสลับเป็นตอนๆ ตามที่เห็นสมควร หรือจะให้ผู้ใดนำแทนก็ได้โดยตกลงกันไว้ก่อน
            เมื่อจบการแสดงของทุกหมู่ตามที่กำหนดไว้แล้ว พิธีกรจะนำร้องเพลงที่มีจังหวะช้าๆ และมีความหมายแก่มวลสมาชิก เช่น เพลงสร้อยเพลงหรือเพลงลาวดวงเดือน 1 จบ จากนั้นพิธีกรจะเชิญประธานออกไปกล่าวเรื่องสั้นที่เป็นคติ และกล่าวปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ไม่ต้องยกมือขึ้นแสดงรหัส
             เมื่อประธานกล่าวในตอนสุดท้ายว่า  “ข้าพเจ้าขอปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดนี้”  พิธีกรสั่ง  “กอง-ตรง” ให้ทุกคนยืนขึ้นจับมือกันเป็นวงกลม (มือขวาทับมือซ้าย) แล้วร้องเพลงสามัคคีชุมนุม  เมื่อจบเพลงสามัคคีชุมนุมแล้ว   หมู่บริการนำสวดมนต์ แล้วร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี  จากนั้นทุกคน แยกย้ายกันออกนอกบริเวณ กลับที่พักอย่างสงบโดยไม่ส่งเสียงเอะอะ ส่วนหมู่บริการ จะกลับมาดับไฟและทำความสะอาด ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น

การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุม
            ในการชุมนุมรอบกองไฟ การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุมให้สนุกสนานร่าเริงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมิฉะนั้นผู้เข้าชุมนุมอาจจะรู้สึกเบื่อและง่วงเหงาหาวนอน  การเปลี่ยนอิริยาบถของผู้เข้าชุมนุมนี้อาจทำได้หลายวิธี ตามแต่โอกาสอันเหมาะสม   และเป็นหน้าที่ของพิธีกรที่จะต้องเป็นผู้นำ หรือมอบหมายให้ผู้รู้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้นำ เช่น นำให้ร้องเพลง   นำให้แสดงกิริยาอาการต่างๆ ที่ขบขันหรือปลุกให้ตื่น เช่น ให้ร้องเพลง  “หากว่าเรากำลังสบาย จงตบมือพลัน”   หรือจัดให้มีการรำวงหรือนำตบมือเป็นจังหวะ แล้วให้ผู้อื่นตบตาม  ฯลฯ
 เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยียน
            ในกรณีที่จะมีบุคคลมาเยี่ยมเป็นหน้าที่พิธีกรจะจัดที่นั่งอันเหมาะสมให้ และขอทราบความประสงค์ แล้วจัดให้นำสิ่งของมอบให้ในระหว่างจบการแสดงของหมู่หนึ่งหมู่ใด โดยมอบให้กับประธานในพิธีซึ่งประธานอาจรับไว้ แล้วให้ผู้แทนของหมู่รับต่อไป พิธีกรจัดให้มีผู้แทนกล่าวชมเชยตามแบบลูกเสือ 

หมายเหตุ
1.   ให้มีเนื้อร้องประจำหมู่ที่ใช้ร้อง   ให้มีเนื้อร้องระบุชื่อหมู่ / กลุ่ม  มีสาระปลุกใจเป็นคติ
            2.   เรื่องที่จะแสดงเป็นเรื่องมีคติสอนใจ  ประวัติศาสตร์   ปลุกใจ ให้รักชาติ ส่งเสริมขนบธรรมเนียม
ประเพณี   สนุกสนาน
            3.   ไม่ควรแสดงเรื่องไร้สาระ   เสียดสีบุคคล   เรื่องการเมือง ฯลฯ
4.   ห้ามใช้อาวุธจริง   ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มของเมารวมทั้งการนำมาใช้ในการแสดง
5.   ไม่ควรแตะต้องหรือนำสิ่งของข้ามกองไฟ  หรือใช้กองไฟประกอบการแสดงในทางไม่เหมาะสม
ตัวอย่างคำกล่าวเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ
            1. ด้วยจิตใจอันดีและสปิริตอันสูงของลูกเสือที่มาชุมนุม ณ กองไฟนี้ จากทิศเหนือ   ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ข้าพเจ้าขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงมาเป็นสักขีพยานในการชุมนุมรอบกองไฟนี้ จงนำโชคดีมาสู่ท่าน และขอให้กิจการลูกเสือจงเจริญรุ่งโรจน์เหมือนแสงไฟอันรุ่งโณจน์ สิ่งไม่ดีไม่งามทั้งหลายขอจงมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านในกองไฟนี้พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย บัดนี้ถึงเวลาแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดนี้ 
            2. จากแสงไฟที่ลุกโชติช่วงอยู่ ณ บัดนี้ เปรียบประดุจกิจการของลูกเสือที่รุ่งโรจน์ ส่วนเถ้าถ่านที่มอดดับเหมือนกับสิ่งที่เราทำผิดพลาดไว้ขอให้สลายไป ถึงเวลาแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บัดนี้ 
            3. ขอเดชะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก จงดลบันดาลให้กิจการลูกเสือเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปทั้ง 4 ทิศ 
ดุจเปลวเพลิง ที่ส่องแสงสว่างรุ่งโรจน์อยู่นี้ บัดนี้เป็นวาระฤกษ์อันควรเปิดการชุมนุมรอบกองไฟแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ  
            4. ท่ามกลางกองไฟอันรุ่งโรจน์ที่อยู่ตรงหน้าเรานี้ เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งวิญญาณและความรุ่งเรืองของกิจการลูกเสือ ส่วนความชั่วร้ายอันจะพึงเกิดขึ้นกับกิจการของคณะลูกเสือ ขอให้สลายหมดสิ้นไปเหมือนกับเถ้าถ่านของกองไฟ ที่กำลังจะมอดดับไป ณ บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการชุมนุมรอบกองไฟ

ตัวอย่างคำกล่าวชมเชย และขอบคุณ แบบลูกเสือ
(YELL)กรณีเมื่อจบการแสดงหรือการแข่งขัน

- เป็นคติ   มีประโยชน์
- เก่งอย่างนี้ ขอให้เก่งต่อไป
- เราอยากเก่งเหมือนท่าน
- เก่งแท้ไม่แพ้ใคร
- เก่งนัก จักจำไว้
- บุญตาที่ได้พบเห็น
- เก่งแท้ไม่แพ้ใคร
- ถ่ายทอดได้เหมือน
 สะเทือนใจคนดู
- ไม่ขาดสาระ สะใจคนชม
- แหวกแนวมาโชว์
 อ่าโอ่ทราบซ่า ทีท่าพาให้เชื่อ 
- สนุกแท้ลืมแก่ไปเลย
- แสดงมาหาดูยาก
- แสดงได้ดี ไม่มีที่ติ
- บุญตาที่ได้มาเห็น
- แสดงมาหาดูยาก
- สนุกแท้ ลืมแก่ไปเลย
- แสดงมาหาดูยาก
- ริเริ่มพัฒนา สรรหามาแปลก
- วาบซึ้งนัก จักทำตาม
- แสดงได้ดี ไม่มีที่ติ
- บรรเลงได้ดี ท่าทีสมจริง
- ลวดลายดี ไม่มีสอง
- สมบทบาท ไม่พลาดเลย
- มีคติน่าคิด สะกิดได้มันส์
- ชายนิ้ง หญิงเยี่ยม
  หาเทียมได้ยาก
- เดินเรื่องได้เหมาะ 
   แคะเคาะน่าทึ่ง
- สุขสมบันเทิง รื่นเริงดีจัง
- เก่งอย่างนี้ ขอให้เก่งต่อไป
- ได้รู้เรื่องแปลก
   แทรกมุมสนุกแท้ 
   ดีแน่ตลอดไป
- สวยอย่างนี้ ไม่มีใครสู้  


            คำกล่าวตอบของผู้แสดง 1 ครั้ง

- ขอบพระคุณ
- ไม่ยาก  หากช่วยกัน
- ชมว่าดี เรามีสุข
- ชมได้เพราะ
- พอเหมาะเวลา
- ไม่เหลิงคำยอ
- หยอกล้อกันเอง
- ยังเกรงไม่ผ่าน
- ท่านชอบ เราขอบคุณ
- ท่านสนุกเราสุขด้วย
- ชมว่าดี เรามีสุข
- ไม่มีทุกข์ เราสุขใจ
- ถ้าผิดไปอภัยด้วย
- อยากช่วยให้ครื้นเครง
- ไม่เก่งเหมือนคำกล่าว
- เรื่องราวต้องแก้ไข
- ดีใจทำให้สนุก
- อยากปลุกให้รักชาติ
- ผิดพลาดขออภัย
- ทำได้เพราะลูกเสือ
- เป็นไป เพราะใจเดียว
- น้อมรับจับจิตแท้
- ไม่แน่ไม่แสดง
อย่าตะแบงคำชม


กรณีผู้มาเยี่ยม   นำอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งของมามอบให้

- เสียสละมา   พาตื้นตันใจ
- เสียสละให้น้องต้องบุชา
- พี่จ๋า   น้องจะไม่ลืมคุณ
- รักใดไม่เท่าน้ำใจพี่
- เหนื่อยเต็มที่   พี่มาพาหายเหนื่อย
- ความการุณ ขอทูนไว้
- น้ำใจดีหนอ   ขอให้เจริญ
-จงเจริญยิ่งเหนือสิ่งใด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น